เปรียบเทียบความแตกต่าง Leasehold vs ทรัพย์อิงสิทธิ์: เลือกสิทธิการถือครองอสังหาริมทรัพย์แบบไหนให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด | Agentplus Thailand

เจาะลึกข้อแตกต่าง Leasehold และ ทรัพย์อิงสิทธิ์ สองโครงสร้างการลงทุนอสังหาฯ ในไทย พร้อมคำแนะนำโดย Agentplus Thailand

post date  โพสต์เมื่อ 16 ก.ย. 2569   view 13
article

รายงานข่าววิเคราะห์พิเศษ: เจาะลึกโครงสร้างสิทธิอสังหาริมทรัพย์ในไทย "Leasehold vs ทรัพย์อิงสิทธิ์" รูปแบบไหนคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุน

ในสภาวะการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างการถือครองและใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์โดยผู้ซื้อชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ ได้ก้าวข้ามกรอบความคิดเรื่อง "กรรมสิทธิ์เด็ดขาด (Freehold)" แบบเดิมๆ ไปสู่การบริหารจัดการสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ "สิทธิการเช่า (Leasehold)" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ "ทรัพย์อิงสิทธิ์ (Sap-Ing-Sith)" ตามพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562

แม้ทั้งสองรูปแบบจะมีจุดเหมือนกันในเรื่องกำหนดระยะเวลาการถือครองสูงสุดไม่เกิน 30 ปี แต่ในทางกฎหมาย การบริหารจัดการ สภาพคล่องทางการเงิน และการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือครอง กลับมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

1. สภาพทางกฎหมาย (Legal Nature)

  • Leasehold (สิทธิการเช่า): มีสถานะเป็น "บุคคลสิทธิ" เกิดขึ้นตามสัญญาเช่าระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า สิทธิของผู้เช่าผูกอยู่กับตัวสัญญา หากผู้ให้เช่าโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่น หรือเกิดข้อพิพาททางสัญญา ผู้เช่าจำเป็นต้องอาศัยกลไกการบังคับตามสัญญาเช่าเป็นหลัก

  • ทรัพย์อิงสิทธิ์ (Sap-Ing-Sith): มีสถานะเป็น "ทรัพยสิทธิ" ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ โดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นำโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดไปจดทะเบียนก่อตั้ง ณ สำนักงานที่ดิน และจะได้รับ "หนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ" ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่ออกโดยกรมที่ดิน ทำให้สิทธินี้ผูกอยู่กับตัวทรัพย์สินโดยตรง และสามารถยันต่อบุคคลภายนอกได้ทันที

2. การโอนสิทธิและการปล่อยเช่าช่วง (Transferability & Subleasing)

  • Leasehold: การโอนสิทธิการเช่าหรือการนำไปปล่อยเช่าช่วง (Sublease) ให้บุคคลอื่น ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่า (เจ้าของทรัพย์) เว้นแต่จะมีการระบุยกเว้นไว้อย่างชัดเจนในสัญญาเช่า

  • ทรัพย์อิงสิทธิ์: ผู้ถือทรัพย์อิงสิทธิ์สามารถ โอนสิทธิหรือปล่อยเช่าช่วงให้แก่บุคคลอื่นได้โดยอิสระ ณ สำนักงานที่ดิน โดยไม่จำเป็นต้องขอหนังสือยินยอม (Consent Letter) จากเจ้าของที่ดินเดิมแต่อย่างใด

3. การนำไปใช้เป็นหลักประกันสถาบันการเงิน (Mortgageability)

  • Leasehold: โดยทั่วไป ไม่สามารถนำสัญญาเช่าไปจดทะเบียนจำนองกับสถาบันการเงินได้ เนื่องจากสัญญาเช่ามิใช่ทรัพยสิทธิที่หลักประกันตามกฎหมายรองรับ

  • ทรัพย์อิงสิทธิ์: กฎหมายอนุญาตให้ผู้ถือสิทธิ์สามารถ นำหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิไปจดทะเบียนจำนอง หรือใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้กับธนาคารและสถาบันการเงินได้ เช่นเดียวกับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นการสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นักลงทุนได้อย่างแท้จริง

4. การตกทอดทางมรดก (Inheritance)

  • Leasehold: สิทธิการเช่าตามกฎหมายเดิมถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า หากผู้เช่าเสียชีวิต สิทธิการเช่าจะระงับลง เว้นแต่จะมีการระบุเงื่อนไขพิเศษในสัญญาให้ตกทอดแก่ทายาท ซึ่งต้องอาศัยการตีความและการฟ้องร้องหากเกิดข้อพิพาท

  • ทรัพย์อิงสิทธิ์: ตกทอดทางมรดกแก่ทายาทตามกฎหมายโดยทันที เมื่อผู้ถือสิทธิเสียชีวิต โดยทายาทสามารถนำหลักฐานไปขอเปลี่ยนชื่อผู้ถือสิทธิ ณ สำนักงานที่ดินได้อย่างถูกต้อง

ตารางเปรียบเทียบเชิงสรุป: Leasehold vs ทรัพย์อิงสิทธิ์

ประเด็นพิจารณา สิทธิการเช่า (Leasehold) ทรัพย์อิงสิทธิ์ (Sap-Ing-Sith)
สถานะทางกฎหมาย บุคคลสิทธิ (สิทธิการเช่าตามสัญญา) ทรัพยสิทธิ (สิทธิในตัวทรัพย์สิน)
เอกสารสิทธิ สัญญาเช่าจดทะเบียน ณ กรมที่ดิน หนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ (ออกโดยกรมที่ดิน)
ระยะเวลาสูงสุด ไม่เกิน 30 ปี ไม่เกิน 30 ปี
การโอนสิทธิเปลี่ยนมือ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเดิม โอนสิทธิได้ทันที ไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ
การจำนองกู้ยืมเงิน ทำไม่ได้ / สถาบันการเงินไม่รับจำนอง นำไปจดทะเบียนจำนองกับธนาคารได้
การตกทอดทางมรดก สิทธิระงับเมื่อเสียชีวิต (เว้นแต่ระบุพิเศษ) ตกทอดสู่ทายาทตามกฎหมายได้ทันที
การดัดแปลงสิ่งปลูกสร้าง ต้องขออนุญาตผู้ให้เช่าก่อน ทำได้ตามกฎหมาย และกรอบการจดทะเบียน

Agentplus Thailand กับความเชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การเลือกโครงสร้างสิทธิในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกต้อง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจำกัดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนสูงสุด บริษัท เอเจ้นพลัส (ไทยแลนด์) จำกัด (Agentplus (Thailand) Co., Ltd.) นำโดย คุณปติมา จิราธำรงชาติ (MissKann) CEO ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับแบรนด์ระดับสากลยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมให้บริการวิเคราะห์สิทธิและโครงสร้างการลงทุนแก่ผู้ซื้อและนักลงทุนทุกกลุ่ม

บริการและจุดเด่นของ Agentplus Thailand:

  • ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Consultant): วางโครงสร้างสิทธิการถือครองอสังหาริมทรัพย์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อกฎหมาย และเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่าง Freehold, Leasehold และ ทรัพย์อิงสิทธิ

  • บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ (Professional Real Estate Agency): เชี่ยวชาญการคัดสรรทรัพย์สินคุณภาพสูง ในทำเลพัทยา ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ EEC

  • บริการดูแลนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investor Advisory): ให้คำแนะนำด้านโควต้าต่างชาติ (Foreign Quota) สิทธิการเช่าระยะยาว และโครงสร้างธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย

  • การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน (Property Portfolio & Yield Optimization): คำนวณอัตราผลตอบแทน Rental Yield สภาพคล่อง และวางแผนการขายต่อในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)